แชร์ประสบการณ์การเรียนดำน้ำลึก Scuba Diving

การดำน้ำลึกหรือ Scuba Diving เป็นกิจกรรมค่อนข้างเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่แพร่หลายมากนัก โดยเฉพาะในหมู่คนไทย ทั้งๆที่ประเทศเป็นแหล่งดำน้ำลึกอันดับต้นๆของโลกมีโรงเรียนและร้านดำน้ำสำหรับชาวต่างชาติมากมาย และถ้าจะว่ากันจริงๆแล้ว กิจกรรมดำน้ำลึกก็สามารถทำได้ตั้งแต่เด็กอายุสิบกว่าขวบไปจนถึงคนแก่อายุ 50-60 ปีได้เลย นี่จึงเป็นที่มาของบทความนี้ ที่จะมาเล่าประสบการณ์ในการเรียน และการดำน้ำเพื่อให้คนไทยได้รู้จักและสนใจกับกิจกรรมนี้กันมากขึ้น

ดำน้ำลึก

ก่อนจะไปถึงเรื่องการเรียนดำน้ำ ขอเกริ่นก่อนดีกว่าว่าทำไมต้องดำน้ำลึก มันเป็นยังไง ดียังไง ต่างกับการดำน้ำแบบ snorkeling แค่ไหน จะขอเปรียบเทียบอย่างงี้ คือโลกเราประกอบไปด้วยน้ำมากถึง 3 ใน 4 ส่วน การดำน้ำลึกจึงเป็นการเปิดโลกให้กับเราได้มากกว่าคนอื่นถึง 4 เท่าตัวเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติและระบบนิเวศที่แตกต่างกับบนดินอย่างมากมาย รวมไปถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ธรรมชาติของเราจะอาศัยได้แต่บนดินเท่านั้นด้วย การดำน้ำจะเป็นเหมือนกับเทียบได้กับการเดินสำรวจไปตามสถานที่ต่างๆ เราเป็นแขกที่ไปเยี่ยมเยือนสถานที่นั้นๆ คอยเฝ้าดูสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นใต้น้ำ สิ่งมีชีวิตใต้น้ำส่วนใหญ่จะไม่สนใจอะไรเรา เค้าจะใช้ชีวิตของเค้าตามปกติ หรือไม่ก็ว่ายหนีเราไป เราจได้ลงไปแอบส่องดูกุ้ง ปู ออกหากินที่พื้นทรายใต้น้ำ เห็นเต่าทะเลกำลังเล็มกินอาหารแถวกองหินหรือปะการัง เห็นปลาการ์ตูน ว่ายวนเฝ้าไข่ของมัน เห็นฉลามวาฬตัวยักษ์ว่ายเฉียดมาแทบจะชนเรา

สน็อกเกิล

การดำน้ำลึก scuba diving นั้นต่างกับการดำน้ำตื้น snorkeling อยู่มากมาย การดำน้ำตื้นก็เหมือนเรายืนมองจากดาดฟ้าลงมาที่ถนน แต่การดำน้ำลึกเหมือนการลงไปเดินที่ถนน อารมณ์ความรู้สึก และความผูกผันของความทรงจำจึงจะแตกต่างกันมากมาย การดำน้ำลึกต้องใช้ทักษะที่มากกว่าการดำน้ำตื้นมาก เพราะเราไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในน้ำได้ จึงต้องมีการเรียนรู้เพื่อจะได้ดำน้ำลึกได้อย่างปลอดภัย เช่น จากแรงดันน้ำที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือการสะสมของไนโตรเจนที่มากเกินไป

ก่อนจะไปถึงเรื่องเรียนดำน้ำลึก สำหรับคนที่มีปัญหาสุขภาพ เช่น เป็นโรคไซนัส โรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับระบบปราสาท หรือเป็นหวัดภูมแพ้ หรือว่าเพิ่งผ่าตัดมา ให้ลองปรึกษากับโรงเรียนที่เราจะเรียนดูก่อนว่านะ เพราะพวกนี้อาจจะรุนแรงขึ้นเวลาเราลงไปในน้ำลึกๆได้ จำไว้ว่าการดำน้ำลึกนั้นจะปลอดภัยมากเมื่อเราปฏิบัติตามสิ่งเค้าสอนและผู้นำการดำน้ำทริปนั้นๆ

เอาล่ะคิดว่าที่เล่ามาหลายคนคงเริ่มจะสนใจการดำน้ำลึกกันบ้างแล้ว ก็จะขอต่อด้วยเรื่องของการเรียนดำน้ำลึกเลยก็แล้วกัน โดยปกติคนที่จะลงไปดำน้ำลึกหรือ Scuba Diving ได้ต้องผ่านการเรียนหลักสูตรดำน้ำลึกมาก่อน ซึ่งก็มีอยู่หลายสถาบันที่เปิดการสอนหลักสูตรนี้แต่ในไทยจะนิยมกันมากๆอยู่แค่ 2 สถาบันคือ PADI  และ SSI (เดี๋ยวเล่าต่ออีกทีว่ามันต่างกันยังไง) หลักสูตรแรกเริ่มที่นิยมมากที่สุดคือหลักสูตร Open Water Diving เพราะเมื่อเราเรียนจบ จะทำให้เราสามารถไปดำน้ำลึกที่ไหนก็ได้ในโลกนี้ โดยมีเงื่อนไขอีกนิดๆหน่อยๆ แต่ก็เรียกได้ว่าโอเคแล้วสำหรับการเริ่มต้น

ดำน้ำลึก

สถานที่เรียนดำน้ำในไทยมีอยู่ด้วยกันหลักๆ 3 ที่คือ กรุงเทพ, พัทยา และเกาะเต่า หลักสูตรการเรียน Open Water Diving โดยทั่วไปจะแบ่งการเรียนเป็นภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ โดยทั่วไปจะเรียนภาคทฤษฏีกันประมาณ 8 ชั่วโมงและภาคปฏบัติการดำน้ำอีก 5 dive โดยทั่วไปจะใช้เวลาเรียนกัน ประมาณ 3-4 วันก็จบ การเรียนก็ไม่ยากเกินความสามารถของคนทั่วๆไป เนื้อหาส่วนใหญ่จะทำให้เรารู้จักกับอุปกรณ์ต่างๆ การทำตัวใต้น้ำ การเคลื่อนที่ใต้น้ำ การลอยตัว การขึ้นและลงน้ำ การเปลี่ยนระดับความลึก และความปลอดภัยที่ควรต้องจำและปฎิบัติทุกครั้งในการดำน้ำ

ดำน้ำลึก

เรียนดำน้ำลึกที่เกาะเต่า

ส่วนเรื่องวิธีการสอนนั้น แต่ละร้านดำน้ำจะมีวิธีการแบ่งการเรียนการสอนที่ไม่เหมือนกันแต่ทั้งหมดจะต้องสอบภาคปฏิบัติที่ทะเลเหมือนกัน โดยหลักๆจะนิยมไปทำกันที่พัทยาหรือเกาะเต่า การสอนของแต่ละร้านอาจจะแตกต่างกันเช่น การเรียนในสระที่กรุงเทพแล้วไปสอบที่พัทยาหรือเกาะเต่า หรืออาจจะไปเรียนทั้งหมดที่พัทยาเลย หรือเรียนทั้งหมดที่เกาะเต่าเลยก็ได้ แล้วแต่ว่าลูกค้าว่าจะสะดวกเรียนกันแบบไหน โดยที่พัทยาก็จะเน้นสะดวก เพราะการเดินทางไปเกาะเต่าจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าและใช้เวลามากกว่าพอสมควร ส่วนการเรียนในสระก่อนแล้วค่อยไปลงทะเลก็มีข้อดีคือทำให้เราไม่กลัวมากเพราะคนส่วนใหญ่ก็จะชินกับน้ำในสระกันอยู่แล้ว ผิดกับการไปลงที่ทะเลเลย ซึ่งตอนแรกๆอาจจะมีอาการแสบตา แสบจมูก หรือเมาคลื่นมารบกวนการเรียนหรือทำให้หมดความมั่นใจไปก่อนได้ แต่ถึงจะเล่าให้ฟังแบบนี้ แต่ก็มีคนจำนวนมากที่ไม่ใช่แค่ไม่กลัวการลงน้ำทะเลเลย แต่ยังชอบซะอีก อย่างผมเรียนคอร์สแรกที่เกาะเต่าก็โดดเอาแท็งค์ลงน้ำทะเลจากเรือเลย เรื่องแสบมันเป็นแค่แป้บเดียว แล้วก็ชิน แต่กลับสนุกมากกว่า เพราะลงไปทะเลปุ๊บเราเจอของจริงทันที บรรกาศจริง (ส่วนตัวคิดว่ามันดีกว่าการสะพายแท็งค์โดดลงสระเยอะ) ซึ่งระหว่างการเรียน dive แรกของผม ก็มีฉลามครีบดำแวะมาให้กำลังใจกันด้วย!

ดำน้ำลึก

ทีนี้มาเข้าถึงเรื่องค่าใช้จ่ายกันบ้าง โดยทั่วไปค่าเรียนคอร์ส Open Water Diving จะอยู่ที่ 9,500 บาทเหมือนๆกันหมด แต่ว่าจะต่างกันที่โปรโมชั่น บางร้านให้ที่พักฟรี บางร้านเดินทางฟรี บางร้านแถม Fun Dive (การที่เราลงไปดำน้ำเล่นเรียกกันว่า Fun Dive) ฟรี ก็ลองสอบถามกันดู แต่ละช่วงอาจจะมีโปรโมชั่นไม่เหมือนกัน แต่ใครสนใจจะเรียนจริงๆแล้วละกัน แนะนำให้ไปเดินเล่นที่งาน Thailand Dive Expo (TDEX) ที่จัดขึ้นช่วงกลางปีเป็นประจำทุกปี จะมีร้านดำน้ำมาออกบูธกันมากมายเลย ทำให้เราสามารถลองเดินเช็คโปรโมชั่นได้เลย แต่ตอนจะเลือกก็ควรดูหลายๆอย่างประกอบ เช่นเราอยากเรียนที กทม ก่อนแล้วค่อยไปลงจริงที่ พัทยาหรือเกาะเต่า หรือว่าจะไปทะเลเอาเลย ให้ลองสอบถามทางร้านให้ดีก่อน สำหรับคนที่คิดว่าจะไปที่ทะเลเช่น ไปเรียนทั้งหมดที่เกาะเต่าเลย การเลือกร้านที่เปิดอยู่ที่เกาะเต่าเลย และมีที่พักให้เราพร้อมด้วยก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะส่วนใหญ่นอกจากจะได้ที่พักฟรีแล้ว เขาอาจจะใจดีพาเที่ยวเกาะด้วยก็ได้

ดำน้ำลึกเกาะเต่า

สำหรับคนที่ศึกษาเรื่องการเรียนดำน้ำมาบ้าง คงจะเห็นว่า certificate สำหรับนักดำน้ำนั้นมีสอนในประเทศไทยหลักๆอยู่ 2 ค่าย คือ PADI กับ SSI แต่อาจจะยังไม่ค่อยรู้ว่ามันต่างกันยังไงบ้าง สำหรับคอร์สเริ่มต้น การเรียนการสอน รวมทั้งค่าเรียนของทั้ง 2 คอร์สนี้แทบจะไม่แตกต่างกัน คือใช้ได้ทั่วโลกเหมือนกัน จำนวนชั่วโมงการเรียนพอๆกัน เนื้อหาที่เรียนกับเรื่องที่สอบก็คล้ายๆกัน จะต่างกันตรงที่ SSI สามารถเรียนภาคทฤษฏีแบบออนไลน์ได้ก่อนฟรี และ SSI จะพิมพ์บัตรนักดำน้ำจากร้านดำน้ำที่สอนได้เลย ต่างกับ PADI ที่จะต้องเสียเงินเพิ่มถ้าต้องการเรียนออนไลน์และจะต้องรอบัตรส่งออกมาจากส่วนกลางไปตามที่อยู่ที่เราแจ้ง เนื่องด้วย SSI นั้นมาทีหลัง PADI จึงออกแบบหลายๆส่วนมาเพื่อให้เหมาะกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน เป็นระะบบที่เป็นดิจิตอลมากกว่า เช่น เรื่อง Log Book เป็นต้น ส่วน PADI มีมานานกว่า คนก็คุ้นเคยมากกว่า

แต่ถ้าใครต้องการเรียนต่อในคอร์ส advance ของการดำน้ำและพวก specialty ต่างๆเช่น ดำน้ำในถ้ำ ดำน้ำในซากเรือ อะไรพวกนี้ 2 ค่ายนี้จะเริ่มแตกต่างกันชัดเจนมากขึ้น โดย SSI จะยืดหยุ่นมากกว่า มี option ของ specialty ให้เลือกเรียนได้เลย ผิดกับ PADI ที่จะต้องเรียนตามคอร์สเรียนที่เค้าออกแบบมาแล้วเท่านั้น

สรุปว่าในระดับเบื้องต้นนั้นไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ ส่วนในระดับที่ advance ขึ้นก็ยังสามารถสอบข้ามค่าย ถือใบดำน้ำทั้ง 2 ค่ายพร้อมกันเลยก็ได้เลย

 

 

ดำน้ำลึกเกาะเต่า2

เรื่องสุดท้ายที่จะเล่าให้ฟังก็คือเรื่องอุปกรณ์การดำน้ำ ควรซื้อเลยมั้ย ควรซื้ออะไรบ้าง ซื้อที่ไหน ราคาเท่าไหร่บ้าง จากประสบการณ์ส่วนตัวคิดว่าถ้าใครที่ยังไม่เคยดำน้ำลึกมาก่อนเลย ให้ไปลองเรียนโดยใช้อุปกรณ์ทั้งหมดเลยจากทางร้านไปก่อน ยังไม่ต้องซื้ออะไรทั้งนั้น เพราะยังไม่แน่ว่าเราจะชอบมันจริงๆหรือไม่ พอเราคุ้นเคยทำอุปกรณ์ต่างๆจากการเรียนดำน้ำแล้ว เราอาจจะรู้ว่าอะไรที่มีปัญหากับเราบ่อยๆ เราก็ค่อยไปซื้ออันนั้น

ดำน้ำลึก

แต่สำหรับคนที่คิดว่าจะซื้อจริงๆ อันนี้จะอิงจากประสบการณ์ส่วนตัวกับจากที่คุยกับ instructor หรือครูสอนดำน้ำหลายๆคนมา ส่วนใหญ่จะบอกว่าที่สำคัญที่สุดคือ Mask หรือหน้ากากดำน้ำ เพราะว่ารูปหน้าและศีรษะแต่ละคนไม่เหมือนกัน การได้หน้ากากที่พอดีเหมาะกับเรามาจะทำให้การดำน้ำง่ายและสนุกขึ้นอีกเยอะเลย ทำให้วิสัยทัศน์การมองดี ไม่มีน้ำเข้าระหว่างการดำน้ำ และไม่รัดหน้าเกินไป แถมยังเอาไว้ใช้ในการดำน้ำตื้นแบบ snorkeling  ได้ด้วย ราคา Mask แบบทั่วๆไปจะประมาณ 1500-2000 บาท เวลาซื้อควรเช็คเรื่องยางให้ดีว่าไม่เก่าเก็บ ค้างสต็อค

อันดับต่อมาคือ Fin หรือตีนกบ เพราะทำให้การเคลื่อนตัวระหว่างดำน้ำทำได้ง่ายขึ้น และไม่กัดเท้า ราคา 2000-3000 ก็จะได้แบบกลางๆ ที่ดีกว่า Fin ที่ให้เช่าที่ร้านดำน้ำทั่วไป ควรซื้อให้เหมาะกับเท้าตัวเอง หรืออาจจะซื้อบูทเพิ่มก็ดี

ต่อไปคงจะเป็น Dive Computer ที่มีรูปร่างแบบนาฬิกาข้อมือ อันนี้มีความสำคัญมากนอกจากจะเอาไว้ดูว่าเราดำไปลึกแค่ไหน กี่นาทีแล้ว ยังช่วยบอกเราเรื่องเวลา การทำ Safety Stop และการพักน้ำด้วย เรียกว่ามีความสำคัญมากถ้าต้องการดำน้ำจริงๆจังๆ เพราะจะช่วยในเรื่องความปลอดภัยของเราได้มากเลย ราคามีตั้งแต่ 9 พันกว่าบาทจนถึง 2 หมื่นเลยก็มี

ชุดดำน้ำ จริงๆแล้วจะมี 2 แบบคือ Wet Suit หรือชุดดำน้ำแบบที่น้ำเข้ามาในชุดได้บ้าง และแบบ Dry Suit หรือแบบที่รัดตัวน้ำเข้ามาไม่ได้ สำหรับดำน้ำในที่ๆหนาวมากๆ โดยทั่วไปเราก็จะใช้ Wet Suit กันเพราะประเทศส่วนใหญ่ที่ดังเรื่องดำน้ำ ก็มักจะเป็นประเทศในเขตอบอุ่น อย่างบ้านเรากันอยู่แล้ว ชุดดำน้ำเราใส่ไว้เพื่อกันไม่ให้เราหนาวหรือโดนขูดขีดกับอะไรระหว่างดำน้ำ จะมีทั้งแบบเป็นเสื้ออย่างเดียว แขนกุด แขนสั้น และแขนยาว หรือที่เป็นแบบคลุมทั้งตัวเลยก็มี ราคาส่วนใหญ่จะประมาณ 3000-5000 บาท แล้วแต่แบบ แล้วแต่ความหนาของชุด แล้วแต่รุ่น แล้วแต่ยี่ห้อด้วย

– Hood หรือหมวกคลุมหัวที่ใช้สำหรับการดำน้ำที่อุณภูมิต่ำก็ช่วยให้เราอุ่นสบายได้มากขึ้น

– ถุงมือช่วยเรื่องการโดนบาด แต่บาง dive site อาจจะไม่ให้ใส่ถุงมือเพราะกลัวเราไปซน หยิบจับอะไรใต้น้ำ ซึ่งไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง การสัมผัสสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ ส่งผลร้ายแรงมากกว่าที่คิด เช่นการลูบกระดองเต่าทะเลด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการอาจจะทำให้เต่าตัวนั้นตาย ด้วยการติดเชื้อที่กระดองเพราะมือเราไปลูบเอาตะไคร้และแบคทีเรียตรงส่วนชั้นผิวที่ปกคลุมป้องกันกระดองของมันไปก็ได้

อุปกรณ์หลักๆก็คงจะมีเพียงเท่านี้ นอกนั้นก็จะเป็นพวก BCD, แท็งค์ หรือ sausage เอาไว้ทีหลังเลยก็ได้

Facebook Comments
(Visited 1,684 times, 1 visits today)